ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ ธุรกรรมใหม่เพื่อผู้ประกอบธุรกิจ Online Marketing

ในแง่ของการทำการตลาด การทำการประชาสัมพันธ์ด้วยการ “โฆษณา” ถือเป็นกลยุทธ์ที่ธุรกิจทุกประเภทไม่สามารถปฏิเสธความสำคัญได้ เพราะไม่ว่าบริษัท หรือแบรนด์ของคุณจะทำ Product สินค้าให้สวยงาม หรือพัฒนาบริการให้ดีเยี่ยมอย่างไร ก็อาจไร้ผลลัพธ์การขายหากกลุ่มเป้าหมายที่จะกลายเป็นลูกค้า ( Potential Buyer) ในอนาคตของคุณไม่เกิดการรับรู้ (Brand Awareness) ซึ่งในยุคสมัย Classic Marketing การทำโฆษณาถูกจำกัดไว้สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีต้นทุนมากพอจะทำโฆษณาผ่านช่องทางที่มีราคาแพงอย่างสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ ป้าย อื่นๆ แต่ในปัจจุบันที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตถูกพัฒนาจนเกิด Social Network, Social Media โลกได้แปรผันเข้าสู่ยุค Digital Marketing อย่างเต็มตัว ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะเหล่านี้มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการและนักการตลาดหันมาทำโฆษณาบนสื่อออนไลน์มากขึ้น (Online Marketing) จนเกิดธุรกรรมใหม่อย่าง “ธุรกิจโฆษณาออนไลน์” ตามมา

ธุรกิจโฆษณาออนไลน์

เนื่องจากเรื่องเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตกำลังเจริญเติบโต ธุรกิจโฆษณาออนไลน์จึงกลายเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ประกอบการที่ต้องการจะทำการตลาดออนไลน์แต่ไม่รู้วิชาเป็นอย่างมาก เพราะหากเปรียบเทียบแล้ว ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ก็เป็นเสมือนตัวช่วยคนสำคัญ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่จะมาทำให้ธุรกิจของผู้ประสบความสำเร็จ

โดยสิ่งที่ธุรกิจโฆษณาออนไลน์จะทำให้แก่ผู้ประกอบการที่มาจ้างวาน คือ การบริการช่องทางโฆษณาออนไลน์ โดยในปัจจุบันนี้มี 4 ช่องทางที่เป็นที่นิยมในการทำโฆษณา ได้แก่

 

  1. Social Media สุดยอดช่องทางที่ทรงพลังที่สุด พัฒนาตัวเองจากการเป็นเครือข่ายสำหรับพูดคุยติดต่อสื่อสารมาเป็นตัวช่วยให้หลายๆ แบรนด์ประสบความสำเร็จในการนำเสนอสินค้าและบริการ ผ่าน Platform ที่สร้างขึ้นมารองรับโดยเฉพาะ ซึ่งการทำโฆษณาผ่านช่องทาง Social Media ยังจำแนกแตกย่อยได้อีก 4 แบบ
  • Facebook ช่องทางที่จะช่วยให้ธุรกิจของผู้ประกอบการเกิดการรับรู้ในแบรนด์ (Brand Awareness) ได้อย่างกว้างขวาง สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างแม่นยำผ่านการกำหนดกลุ่มเป้าหมายโดยตรง โดยผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์จะมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับฟีทเจอร์ต่างๆ ที่จะทำให้การโฆษณาธุรกิจออนไลน์ของคุณประสบความสำเร็จ เช่น การทำ Facebook Ads 3 แบบ, Facebook Pixel, Re-Targeting, Split Testing ฯลฯ
  • Instagram ช่องทางที่เหมาะกับแบรนด์หรือธุรกิจที่ต้องการนำเสนอสินค้าหรือบริการผ่านรูปภาพเป็นหลัก เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า แว่นตา โดยการทำโฆษณาผ่านช่องทางนี้จะมีข้อจำกัดตรงผู้ใช้บริการส่วนมากเป็นเพศหญิง
  • YouTube โลกใหม่ของการโฆษณา เข้าถึงและสร้างการรับรู้ในสินค้าหรือบริการได้มากที่สุด โดยสามารถควบคุมงบประมาณได้
  • Line@ สื่อโฆษณาที่เข้าถึงผู้ใช้งาน Line ทั่วโลกมากกว่า 155 ประเทศ
  1. Google บริการจากผู้นำด้าน Search Engine ระดับโลกที่ผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์ต้องเป็นพาร์ทเนอร์ด้วย เพราะ Google ได้ออก Platform ที่เหมาะกับการทำโฆษณาออนไลน์และมีแนวโน้มจะช่วยเพิ่มยอดขายได้มากที่สุด
  • Google AdWords โฆษณาที่อยู่บนหน้า Search Engine ของ Google ทีทำให้คุณมีโอกาสได้เจอผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้า หรือผู้ที่กำลังค้นหาสินค้าหรือบริการของคุณและตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณ ทั้งนี้การทำ Google AdWords จะเสียเงินค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อมีคนคลิกโฆษณา คุณสามารถกำหนดงบประมาณได้ด้วยตัวเอง
  • Search Engine Optimization (SEO) การทำให้เว็บไซต์ของผู้ประกอบการติดอันดับการค้นหาแรกๆ ของ Google อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยวิธีการที่ผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์จะวิเคราะห์หา Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการ และมีแนวโน้มว่ากลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นลูกค้าจะทำการค้นหาบ่อยมาใช้
  • Google Display เป็นการนำรูปภาพ ข้อความ โฆษณากระจายตามเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรของ Google เช่น YouTube, MThai, Sanook เป็นต้น ข้อดีสามารถสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่โฆษณาได้ดีกว่าและนอกจากนี้คุณสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายหรือเว็บไซต์ได้ตามต้องการ
  • Google Re-Marking เป็นการทำโฆษณาแบบติดตาม ตอกย้ำ ตามตื๊อกลุ่มเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการกลับมาซื้อ และสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
  1. Email Marketing การตลาดอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและให้ผลลัพธ์ที่ดีไม่แพ้ Search Engine และ Social Media เพราะ Email ถือเป็นสื่อกลางที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ อัพเดทข่าวสารให้กลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วมาตั้งแต่ต้น โดยบริษัทหรือผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์จะมีเครื่องขั้นสูงพร้อมให้บริการการจัดรายชื่อ, แคมเปญ, ส่ง ไปจนถึงวัดผลอีเมล
  2. Advertising ช่องทางโฆษณาออนไลน์ผ่านป้ายแบนเนอร์ขนาดใหญ่ ที่ผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์จะจัดทำแล้วนำไปกระจายตามเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรกับผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์

เหตุผลที่ผู้ประกอบการควรใช้บริการธุรกิจโฆษณาออนไลน์  อย่างแรกคือเพราะการตลาดแบบ Classic มีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ให้ผลลัพธ์ที่ต่ำ ในขณะที่การทำโฆษณาออนไลน์เสียต้นทุนน้อย กลับกันคือให้ผลตอบแทนสูงทั้งทางด้านกลุ่มเป้าหมาย การรับรู้ในแบรนด์ การมีส่วนร่วม การเพิ่มยอดขาย ที่สำคัญคือ ผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์มีความเชี่ยวชาญในการทำการตลาดออนไลน์ ผู้ประกอบการไม่ต้องเสี่ยงทำด้วยตัวเองให้เกิดความผิดพลาดในภายหลังจนต้องกลายเป็นการเสียงบประมาณและเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

Virtual private mail server

VPS Mail Server ย่อมากจาก Virtual private mail server ซึ่งมีความหมายว่า การสร้าง Server จำลองเพื่อทำระบบ Mail Server, ซึ่งมักจะมีให้บริการจากบริษัทที่ขาย Web Hosting, โดยเทคโนโลยีนี้จะนำ Server 1 เครื่อง หั่นซอยเป็นเครื่องย่อยๆ และจำลองเครื่องออกมาได้อีกหลายเครื่อง จึงเป็นที่มาของคำว่า VPS Server หรือ Server เสมือน, เพราะมันไม่มีอยู่จริงนั่นเอง

ปัญหาการใช้งาน Email บน VPS Server

หลายๆองค์กร ที่มีแนวความคิดว่า การที่เราใช้งาน VPS Server แล้ว, เราจะมีปัญหาการใช้งานอีเมล์น้อยลง, เพราะไม่ต้องไปใช้ปนกับคนอื่น,เป็นการจำลอง Server ขึ้นมาเพื่อใช้งานในองค์กรเราเองเลย แถมยังมี IP ซึ่งเปรียบเสมือนการมี Server จริงๆ เลย, แต่มีราคาถูกกว่าหลายเท่าตัว แต่แท้จริงแล้ว เมื่อคุณใช้งานไปไม่พ้นเดือน คุณจะพบปัญหาการใช้งานดังนี้ หากคุณไม่สามารถดูแลได้

ปัญหา Junk Mail หรือ Spam Mail (อีเมล์ขยะ)
ทำให่้คุณพลาดอ่านอีเมล์สำคัญๆ เพราะใน Inbox มีแต่ Junk Mail จึงทำให้แยกไม่ออกว่าอันไหนเป็นอีเมล์สำคัญ หรือ อีเมล์โฆษณา
Email Delay คือ การส่งอีเมล์ไปยังปลายทาง, แต่กว่าปลายทางจะได้รับอาจจะใช้เวลาครึ่งวัน
อีเมล์ตกหล่น คือ ผู้ส่งได้แจ้งว่าส่งอีเมล์มาแล้ว, แต่คุณไม่ได้รับ
ส่งอีเมล์ไม่ออก เพราะ IP ของ Email Server ติด Spam
รับอีเมล์ไม่ได้ เพราะ Server ล่ม
และ ปัญหาอีกมากมาย, เพราะการใช้ VPS Mail Server คุณต้องเป็นคนดูแล และ Mainternance หรือ บำรุงรักษาอยู่ตลอดเวลา, ดังนั้นหากช่วงเวลาไหนคุณไม่มีเวลาในการ Monitor ปัญหาดังกล่าวก็จะเกิดขึ้นโดยทันที
คนในองค์กร หรือ User จะไม่ใช้อีเมล์บริษัทในที่สุด เพราะ ไม่มีประสิทธิภาพ, แต่ในทางกลับกันจะกลับไปใช้ฟรีอีเมล์ ในการติดต่อธุรกิจ

เข้าถึงลูกค้าผ่านทาง e-mail marketing

การทำธุรกิจทุกประเภท ล้วนต้องอาศัยการทำการตลาดเป็นกลยุทธ์หลัก ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้ การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การนำเอาเทคโนโลยีการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ (electronic communication technology) เข้ามาช่วยในการทำการตลาด เทคโนโลยีการสื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์นี้ประกอบด้วย อินเตอร์เน็ต (internet) จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-books) ฐานข้อมูล (database) และโทรศัพท์มือถือ (mobile phone) วัตถุประสงค์ในการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้นั้น เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจและลูกค้า เนื่องจากระบบ อิเล็กทรอนิกส์สามารถสนับสนุนการร้องขอข้อมูลของลูกค้า การจัดเก็บประวัติ และพฤติกรรมของลูกค้าเอาไว้ ตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ ซึ่งสามารถที่จะอำนวยประโยชน์ในการประกอบธุรกิจได้อย่างครบวงจร

การตลาดแนวใหม่บนอินเทอร์เน็ต ที่หันมานำเสนอโฆษณา โปรโมชั่น แคมเปญต่างๆ เข้าถึงลูกค้าผ่านทาง e-mail เนื่องด้วยประสิทธิภาพในการส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และมีต้นทุนต่ำ ยิ่งถ้าหากมีการดีไซน์รูปลักษณ์และเนื้อหาใน e-mail ให้น่าสนใจ ยิ่งเป็นการช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดี และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่องค์กรได้มากขึ้น กลยุทธ์การทำตลาดในยุค cyber ที่นิยมมากที่สุดได้แก่ e-mail marketing หมายถึง การโฆษณาผลิตภัณฑ์สินค้า และการบริการผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนใหญ่การใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ติดต่อสื่อสารกันนั้น มุ่งประโยชน์ทางการค้าเป็นหลัก โดยจะส่งไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีศักยภาพในการซื้อสินค้าและการบริการ และมีวัตถุประสงค์ คือ : เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเก่า และลูกค้าปัจจุบันที่ใช้บริการสินค้าของตนอยู่อย่างเสมอต้นเสมอปลาย และเป็นการตอกย้ำตราสัญลักษณ์ (Brand) ของธุรกิจให้แน่ใจยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้ลูกค้ารายใหม่ๆ เข้ามา และเป็นการทำให้ลูกค้าเก่าเกิดความเชื่อถือในสินค้า และสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้ในทันที หลักเบื้องต้นที่ควรพิจารณาในการทำ e-mail marketing คือ ต้องมั่นใจว่าลูกค้ามีความยินดีที่จะรับ e-mail ที่เราส่งไป มิฉะนั้น e-mail ของเราก็จะกลายเป็น สแปมหรือ e-mail ขยะได้

การใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีการเตรียมช่องทางหลากหลายสำหรับนักการตลาดนั้นสามารถดำเนินการได้หลายวิธีโดยการนำการสื่อสารแบบสะท้อนกลับมาใช้ส่งข่าวสารทางการตลาด ดังนั้นในปัจจุบันนอสารจึงมีการเปลี่ยนลักษณะของกระบวนการในการติดต่อสื่อสารมาสู่การสื่อสารแบบสะท้อนกลับมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการสื่อสารแบบสะท้อนกลับมีความสามารถในระดับสูงในการสื่อสารทางตรงกับผู้บริโภค และสามารถรับรู้ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามกิจกรรมสื่อสารแบบสะท้อนกลับด้วยการโต้ตอบทาง e-mail ซึ่งเป็นที่นิยมในปัจจุบันนั้นสามารถส่งผลทั้งด้านดีและด้านร้าย ในขณะที่ความรวดเร็ว ประสิทธิภาพ และการหาข้อมูลที่สะดวกนั้นจะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีช่องทางและความรู้ในการเข้าถึงและซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากขึ้น e-mail สื่อสารเหล่านี้ทำให้กิจกรรมตอบโต้ระหว่างลูกค้าและผู้ขายสื่อสารต่อกันได้ดียิ่งขึ้น

การเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยการให้ลูกค้าตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตนเองสนใจ พร้อมทั้งระบุอีเมล์แอดเดรสเพื่อรับข่าวสารจะช่วยให้ e-mail เราสามารถนำเสนอข่าวสารให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด และไม่ก่อให้เกิดความรำคาญต่อผู้ที่ได้รับหัวเรื่องที่ใช้ต้องตรงประเด็น ไม่ใช่ตั้งหัวข้อลวงให้ลูกค้าเข้ามาเปิดอ่านอีเมล์แอดเดรสของผู้ส่งต้องชัดเจน มีตัวตนอยู่จริง การกำหนดอีเมล์แอดเดรสและเนื้อหาที่ไม่สื่อถึงธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ให้ชัดเจน อาจสร้างความไม่น่าเชื่อถือ ทำให้ลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจ ส่งผลให้การส่ง e-mail ในครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ

ข้อพึงระวังของการใช้อีเมล์ก็มี อันดับแรกคือ อย่าส่งอีเมล์ไปยังผู้ที่ไม่ปรารถนาที่จะได้รับอีเมล์ของเรา พูดง่ายๆ ก็คือต้องมีการขออนุญาตไม่ทางใดก็ทางหนึ่งก่อนส่งเสมอ จำไว้ว่าผู้รับต้องยินดีที่จะรับอีเมล์ของเรา ไม่อย่างนั้นอัตราการตอบกลับจะต่ำมาก อย่างเช่นในเว็บไซต์บางแห่งจะมีการให้สมัครสมาชิก และถามว่ายินดีจะรับเมล์ของบุคคลที่สามหรือไม่ อีเมล์ชนิดนี้เรียกกันว่า Permission-based e-mail หรือเป็นอีเมล์ที่ได้รับการอนุญาต