ปฏิวัติฝ่าย IT รองรับ Cloud อย่างจริงจัง!

การเกิดขึ้นของ คลาวด์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทั้งในเรื่องของธุรกิจและการจัดระบบขององค์กร มีองค์กรอีกหลายแห่งยังคงใช้โปรแกรมแบบเก่าและมีทีม IT ดูแลด้วยวิธีการเดิมๆ ทั้งที่การเปลี่ยนระบบ Cloud จำเป็นต้องมีการปรับใช้ Application ใหม่ๆ ที่มีความเสถียร และเข้ากันได้กับ คลาวด์ มากกว่า

ระบบ Cloud  เปิดโอกาสให้ IT Operation team สามารถเริ่มต้น IT Project ได้เอง ด้วยบริการ SaaS และ Service เสริมต่างๆ อย่างไรก็ดีการเปลี่ยนแปลงนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงด้าน Security และ Workflow แต่สิ่งที่องค์กรควรทำคือลองเปลี่ยนไปใช้ Cloud Application ใหม่ๆ แยกส่วน Process ของ Application review ออกจากฝ่าย Application justification ทางด้าน Compliance และ Security Review ก็ควรประกอบด้วย Policy document ซึ่งระบุ Requirement ของ Application ที่จะใช้งาน และ Review Process โดยทีม IT จะต้องหมั่นสำรวจทรัพยากรของ Cloud application และตัดสินใจว่าต้องการใช้ทรัพยากรอะไรบ้างเพื่อให้สามารถทำงานได้ในระดับมาตรฐาน

นอกจากนี้ Cloud ยังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของฝ่าย IT อีกด้วย เพราะทรัพยากรของ คลาวด์ สามารถเช่าใช้งานได้ตามต้องการ ทำให้การวางแผนของทีม IT เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ต้องขึ้นอยู่กับทรัพยากรส่วนกลางของระบบ, Tools, และ Staff ภายในองค์กรเหมือนแต่ก่อน ระบบ Cloud ทำให้ฝ่าย IT สามารถจัดการกับความต้องการใช้งานทรัพยากรระยะสั้นได้ในราคาประหยัด ทั้งนี้ IT Operation team ก็ควรเช็คค่าใช้จ่ายว่ามูลค่าของ Data Center สูงกว่าการใช้ คลาวด์ จริงหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของ PaaS กับ SaaS ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะช่วยประหยัดค่าบริการไปได้เยอะกว่า IaaS การตรวจสอบอย่างละเอียดและวางแผนให้รัดกุมมากพอ จะส่งผลดีต่อการจัดสรรทรัพยากรในระยะยาว นอกจากนี้ยังควรมีการเตรียม Technical support รองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง แล้วจึงกำหนดปริมาณทรัพยากร Data Center ให้สอดคล้องกับความพร้อมของ Cloud service ทั้งนี้ต้องไม่ลืมคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับส่วน Security และ Governance อีกด้วย

ปรับแต่ง Application deployment model เพื่อใช้กับ คลาวด์

เมื่อย้ายมาใช้ คลาวด์ แล้ว ฝ่าย IT ก็ต้องเตรียม Application Deployment Model ให้พร้อมรองรับการทำงานที่ครอบคลุม ซึ่งการที่แต่ละ Application มี Requirement แตกต่างกัน เพราะใช้ Resource ที่หลากหลาย ทำให้เกิดความยุ่งยากระหว่างการ Deploy ควรจะมีการสร้างนโยบายพื้นฐานเพื่อช่วยให้ฝ่าย IT และ User สามารถรับมือกับจำนวนทรัพยากรที่เพิ่มมากขึ้นได้ง่าย โดยโฟกัสไปที่ส่วนของโครงสร้างองค์กร, DevOps, Application Lifecycle Management (ALM) เป็นหลัก

การเปลี่ยนมาใช้ คลาวด์ อาจเสี่ยงต่อปัญหาการทำงานไม่ต่อเนื่องได้ เมื่อมีการย้ายมาใช้งานระบบใหม่ องค์กรอาจขาด IT support ทำให้ Workflow เกิดความไม่ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นการออกแบบ Cloud plan ให้สนับสนุนกับโครงสร้างองค์กรจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

กลยุทธ์ทาง DevOps สามารถช่วยเรื่อง Scale ของ Resource ที่กล่าวมาข้างต้นได้ โดย DevOps คือการใช้ Automate deployment tools เพื่อสร้างและรักษาเสถียรภาพ Application บน Host platform หากไม่ใช้ Tools นี้จะต้องไปพึ่ง Manual process ราคาแพง นอกจากนี้บาง Tools ของ DevOps ยังสามารถปรับแต่งให้ขยายขอบเขตการใช้งานไปยัง Cloud platform ได้อีกด้วย

ขั้นตอนสุดท้ายคือเรื่องของ ALM มีเป้าหมายเพื่อพัฒนา Application ด้วยการกำหนด Specific testing และ Deployment rules ผ่านทาง ALM Software แบบพิเศษ หลายๆ องค์กรจะรวม Security และ Governance เข้าไปในขั้นตอนของ ALM ด้วย ซึ่งนับว่าสำคัญมากต่อการวางแผนใช้งาน คลาวด์

4 เทคนิคง่ายๆ สร้าง Facebook page ให้โดนใจ

เชื่อว่าหลายๆ คนที่กำลังจะสร้าง Facebook page ของตนเอง คงจะกังวลไม่น้อยว่าเมื่อสร้างเพจขึ้นมาแล้วจะโพส จะแชร์อะไรดี จะมีคนมากด Like กด Share และมา Comment เรามั้ย แล้วจะมีคนมองเห็นเพจของเราหรือเปล่า ขอบอกเลยว่าการสร้าง Facebook page ให้โดนใจไม่ใช่เรื่องยาก ทำได้ง่ายๆ ด้วย 4 เทคนิคนี้

1.      สร้าง Facebook page

ขั้นตอนนี้อาจจะเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดสำหรับหลายๆ คน เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี อันดับแรกเราต้องบอกตัวเองให้ได้ก่อนว่า เราคือใคร มีเป้าหมายอย่างไร และมีจุดเด่นที่แตกต่างจากคนอื่นอย่างไร เพราะสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้เราดึงดูดแฟนเพจได้ตรงจุด และได้ผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม

2.      สร้างตัวตน

เมื่อเรามีเพจเป็นของตัวเองแล้ว ลำดับต่อไปคือ การทำให้เพจของเราเป็นที่รู้จัก ซึ่งขั้นตอนนี้เราจำเป็นต้องอาศัยการบอกต่อที่หลากหลายช่องทางด้วยการใช้ Facebook ads เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเข้าถึงเพจของเราให้มากยิ่งขึ้น

3.      สร้างปฏิสัมพันธ์กับแฟนเพจ

การสร้าง Content ที่มีประโยชน์สามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีให้กับแฟนเพจได้ โดย Content ที่เรานำเสนอให้กับแฟนเพจนั้น จะต้องเป็น Content ที่ไม่เน้นการโฆษณามากจนเกินไป เพราะจะทำให้แฟนเพจรู้สึกว่ากำลังถูกยัดเยียดการขายมากเกินไป ทั้งนี้การสร้าง Content ที่ดีจะต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ Brand ของเรา และสามารถทำให้แฟนเพจเกิดความประทับใจและจดจำ Brand ของเราได้

4.      สร้างกิจกรรม

การสร้างกิจกรรมต่างๆ ในเพจจะกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อด้วยการกด Like และกด Share ซึ่งจะทำให้เพื่อนของแฟนเพจเราสามารถมองเห็นและเกิดความสนใจเพจของได้เป็นอย่างดี แต่ก็อย่าลืมว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นนั้นต้องไม่เน้นการขายที่มากจนเกินไป หรือเชิญชวนให้คนมากดไลค์จนเกินเหตุ เพราะอาจจะผิดกฎของ Facebook และทำให้เพจของเราโดนจำกัดการเข้าถึงได้

            นี่คือ 4 เทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้ Facebook page ของเราเป็นที่โดนใจของกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ความจริงใจต่อแฟนเพจก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้แฟนเพจเกิดความประทับใจ และเกิดความเชื่อมั่นใน Brand ของเรา