ตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจทำธุรกิจแต่ทำการตลาดไม่เป็น

ณ ปัจจุบันการทำธุรกิจเป็นสิ่งที่ทุกคนสนใจ ต้องการที่จะเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจของตนในการเข้าถึงลูกค้าโดยง่าย การทำการตลาดที่กำลังได้รับความนิยมและเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีนั่นคือ การทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นจากการสร้าง Web Page การ Promote การทำ Campaign โฆษณา และออกแบบกิจกรรมทางการตลาด ซึ่งการวางแผนกิจกรรมทางการตลาดทั้งหมดที่ได้กล่าวมาได้มีผู้เชี่ยวชาญทางการตลาดออนไลน์ที่ออกมาให้บริการด้านนี้โดยเฉพาะ ซึงเรียกว่า Digital Marketing Agency

Digital Marketing Agency

Digital Marketing Agency หรือเอเจนซี่โฆษณา ก่อนจะพูดถึงงานของ Digital Marketing Agency เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Digital Marketing กันก่อนว่า การทำการตลาดรูปแบบนี้เป็นรูปแบบของการทำการตลาดที่วัดความสำเร็จจากการมองเข้าถึงหรือมองเห็นสินค้าและบริการ ไม่ได้วัดความสำเร็จจากยอดขาย หัวใจสำคัญของการทำ Digital Marketing คือทำให้ผู้บริโภครู้จักสินค้าและบริการ ซึ่งการเลือกใช้บริการ Digital Marketing Agency จะช่วยทำให้คุณประหยัดเวลาในการทำการตลาดออนไลน์อีกด้วย

เมื่อคุณต้องการใช้บริการของ Digital Marketing Agency คุณต้องเตรียมตัวดังนี้

  • ศึกษาผลงานการทำการตลาดที่เข้ากับธุรกิจคุณ ของ Digital Marketing Agency ที่คุณจะเลือกใช้บริการ
  • คุณต้องเตรียมข้อมูลทางธุรกิจของคุณเพื่อถ่ายทอดให้ Digital Marketing Agency ได้รู้ว่าคุณมีเป้าหมายอยากให้คนรู้จักธุรกิจของคุณเพิ่มขึ้นอย่างไร เท่าไหร่ กำหนดยอดขายว่าคุณอยากได้ยอดขายเท่าไหร่ถึงการทำการตลาดออนไลน์จะการันตียอดขายให้คุณไม่ได้ แต่คุณจำเป็นต้องมีเป้าหมายในการขายไว้ในใจ
  • กำหนดงบประมาณที่จะใช้ในการทำโฆษณา ให้คุณประเมินว่างบประมาณที่คุณมี และค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ Digital Marketing Agency นั้นคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่

การลงทุนทำธุรกิจสักอย่างใครๆก็หวังว่าผลประกอบการทางธุรกิจจะออกมาในทางที่ดี และถ้าคุณก็เป็นคนที่อยากทำธุรกิจด้วยแล้ว การใช้ตัวช่วยอย่าง Digital Marketing Agency ก็เป็นทางเลือกที่ดีในการที่จะนำพาธุรกิจของคุณไปสู่จุดสำเร็จ โดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Digital Marketing ที่รวมตัวกันใน Digital Marketing Agency จะทำให้การทำธุรกิจของคุณง่ายยิ่งขึ้น ซ้ำยังสามารถเป็นที่ปรึกษาทางการตลาดให้กับธุรกิจของคุณได้อีกด้วย

 

ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ ธุรกรรมใหม่เพื่อผู้ประกอบธุรกิจ Online Marketing

ในแง่ของการทำการตลาด การทำการประชาสัมพันธ์ด้วยการ “โฆษณา” ถือเป็นกลยุทธ์ที่ธุรกิจทุกประเภทไม่สามารถปฏิเสธความสำคัญได้ เพราะไม่ว่าบริษัท หรือแบรนด์ของคุณจะทำ Product สินค้าให้สวยงาม หรือพัฒนาบริการให้ดีเยี่ยมอย่างไร ก็อาจไร้ผลลัพธ์การขายหากกลุ่มเป้าหมายที่จะกลายเป็นลูกค้า ( Potential Buyer) ในอนาคตของคุณไม่เกิดการรับรู้ (Brand Awareness) ซึ่งในยุคสมัย Classic Marketing การทำโฆษณาถูกจำกัดไว้สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีต้นทุนมากพอจะทำโฆษณาผ่านช่องทางที่มีราคาแพงอย่างสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ ป้าย อื่นๆ แต่ในปัจจุบันที่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตถูกพัฒนาจนเกิด Social Network, Social Media โลกได้แปรผันเข้าสู่ยุค Digital Marketing อย่างเต็มตัว ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะเหล่านี้มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการและนักการตลาดหันมาทำโฆษณาบนสื่อออนไลน์มากขึ้น (Online Marketing) จนเกิดธุรกรรมใหม่อย่าง “ธุรกิจโฆษณาออนไลน์” ตามมา

ธุรกิจโฆษณาออนไลน์

เนื่องจากเรื่องเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตกำลังเจริญเติบโต ธุรกิจโฆษณาออนไลน์จึงกลายเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ประกอบการที่ต้องการจะทำการตลาดออนไลน์แต่ไม่รู้วิชาเป็นอย่างมาก เพราะหากเปรียบเทียบแล้ว ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ก็เป็นเสมือนตัวช่วยคนสำคัญ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่จะมาทำให้ธุรกิจของผู้ประสบความสำเร็จ

โดยสิ่งที่ธุรกิจโฆษณาออนไลน์จะทำให้แก่ผู้ประกอบการที่มาจ้างวาน คือ การบริการช่องทางโฆษณาออนไลน์ โดยในปัจจุบันนี้มี 4 ช่องทางที่เป็นที่นิยมในการทำโฆษณา ได้แก่

 

  1. Social Media สุดยอดช่องทางที่ทรงพลังที่สุด พัฒนาตัวเองจากการเป็นเครือข่ายสำหรับพูดคุยติดต่อสื่อสารมาเป็นตัวช่วยให้หลายๆ แบรนด์ประสบความสำเร็จในการนำเสนอสินค้าและบริการ ผ่าน Platform ที่สร้างขึ้นมารองรับโดยเฉพาะ ซึ่งการทำโฆษณาผ่านช่องทาง Social Media ยังจำแนกแตกย่อยได้อีก 4 แบบ
  • Facebook ช่องทางที่จะช่วยให้ธุรกิจของผู้ประกอบการเกิดการรับรู้ในแบรนด์ (Brand Awareness) ได้อย่างกว้างขวาง สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างแม่นยำผ่านการกำหนดกลุ่มเป้าหมายโดยตรง โดยผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์จะมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับฟีทเจอร์ต่างๆ ที่จะทำให้การโฆษณาธุรกิจออนไลน์ของคุณประสบความสำเร็จ เช่น การทำ Facebook Ads 3 แบบ, Facebook Pixel, Re-Targeting, Split Testing ฯลฯ
  • Instagram ช่องทางที่เหมาะกับแบรนด์หรือธุรกิจที่ต้องการนำเสนอสินค้าหรือบริการผ่านรูปภาพเป็นหลัก เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า แว่นตา โดยการทำโฆษณาผ่านช่องทางนี้จะมีข้อจำกัดตรงผู้ใช้บริการส่วนมากเป็นเพศหญิง
  • YouTube โลกใหม่ของการโฆษณา เข้าถึงและสร้างการรับรู้ในสินค้าหรือบริการได้มากที่สุด โดยสามารถควบคุมงบประมาณได้
  • Line@ สื่อโฆษณาที่เข้าถึงผู้ใช้งาน Line ทั่วโลกมากกว่า 155 ประเทศ
  1. Google บริการจากผู้นำด้าน Search Engine ระดับโลกที่ผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์ต้องเป็นพาร์ทเนอร์ด้วย เพราะ Google ได้ออก Platform ที่เหมาะกับการทำโฆษณาออนไลน์และมีแนวโน้มจะช่วยเพิ่มยอดขายได้มากที่สุด
  • Google AdWords โฆษณาที่อยู่บนหน้า Search Engine ของ Google ทีทำให้คุณมีโอกาสได้เจอผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้า หรือผู้ที่กำลังค้นหาสินค้าหรือบริการของคุณและตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณ ทั้งนี้การทำ Google AdWords จะเสียเงินค่าใช้จ่ายก็ต่อเมื่อมีคนคลิกโฆษณา คุณสามารถกำหนดงบประมาณได้ด้วยตัวเอง
  • Search Engine Optimization (SEO) การทำให้เว็บไซต์ของผู้ประกอบการติดอันดับการค้นหาแรกๆ ของ Google อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยวิธีการที่ผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์จะวิเคราะห์หา Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการ และมีแนวโน้มว่ากลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นลูกค้าจะทำการค้นหาบ่อยมาใช้
  • Google Display เป็นการนำรูปภาพ ข้อความ โฆษณากระจายตามเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรของ Google เช่น YouTube, MThai, Sanook เป็นต้น ข้อดีสามารถสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่โฆษณาได้ดีกว่าและนอกจากนี้คุณสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายหรือเว็บไซต์ได้ตามต้องการ
  • Google Re-Marking เป็นการทำโฆษณาแบบติดตาม ตอกย้ำ ตามตื๊อกลุ่มเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการกลับมาซื้อ และสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
  1. Email Marketing การตลาดอีกรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและให้ผลลัพธ์ที่ดีไม่แพ้ Search Engine และ Social Media เพราะ Email ถือเป็นสื่อกลางที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ อัพเดทข่าวสารให้กลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วมาตั้งแต่ต้น โดยบริษัทหรือผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์จะมีเครื่องขั้นสูงพร้อมให้บริการการจัดรายชื่อ, แคมเปญ, ส่ง ไปจนถึงวัดผลอีเมล
  2. Advertising ช่องทางโฆษณาออนไลน์ผ่านป้ายแบนเนอร์ขนาดใหญ่ ที่ผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์จะจัดทำแล้วนำไปกระจายตามเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรกับผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์

เหตุผลที่ผู้ประกอบการควรใช้บริการธุรกิจโฆษณาออนไลน์  อย่างแรกคือเพราะการตลาดแบบ Classic มีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ให้ผลลัพธ์ที่ต่ำ ในขณะที่การทำโฆษณาออนไลน์เสียต้นทุนน้อย กลับกันคือให้ผลตอบแทนสูงทั้งทางด้านกลุ่มเป้าหมาย การรับรู้ในแบรนด์ การมีส่วนร่วม การเพิ่มยอดขาย ที่สำคัญคือ ผู้ทำธุรกิจโฆษณาออนไลน์มีความเชี่ยวชาญในการทำการตลาดออนไลน์ ผู้ประกอบการไม่ต้องเสี่ยงทำด้วยตัวเองให้เกิดความผิดพลาดในภายหลังจนต้องกลายเป็นการเสียงบประมาณและเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

นักการตลาดดิจิตัล มือจับกระแสทางการตลาดในยุค Digital Marketing

Digital Marketing

การตลาดยุคดิจิตัล ( Digital Marketing )

ยุคสมัยที่สื่ออินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทอย่างมาก การทำการตลาดแบบ Classic Marketing อย่างการโฆษณาสินค้าและบริการผ่านโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ ฯลฯ ได้ถูกพัฒนาให้กลายมาเป็น Digital Marketing ที่มีความหมายถึง “การทำการตลาดที่มีสื่อต่างๆ อาทิ Website, Social Media, Search Engine, Email เป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อขายสินค้าและบริการได้ภายในเวลาอันรวดเร็วและมีลักษณะแพร่กระจายไปในวงกว้าง” โดยเมื่อพิจารณาถึงอัตราการเติบโตของสื่อใหม่จากความประสบความสำเร็จทางด้านการสร้างการรับรู้ ( Brand Awareness ) และ การมีส่วนร่วม ( Engagement ) แล้ว ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำการตลาดผ่านสื่อดิจิตัลมีความสำคัญอย่างมาก ส่งผลให้อาชีพ “นักการตลาดดิจิตัล” เกิดขึ้นมาในตลาดแรงงานเพื่อเพิ่มโอกาสทางด้านธุรกิจให้กับองค์กร

นักการตลาดดิจิตัล ตัวช่วยสำคัญในการทำธุรกิจยุคดิจิตัล

นักการตลาดดิจิตัลต่างจากนักการตลาดแบบดั้งเดิม เพราะรูปแบบการทำการตลาดระหว่าง Classic Marketing กับ Digital Marketing มีความต่างกันมาตั้งแต่ต้น นักการตลาดดิจิตัลจะรู้ว่าในการทำการโฆษณาสินค้าและบริการบนโลกออนไลน์จะต้องมีกระบวนการสื่อสารอย่างไรเพื่อกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายเกิดการซื้อหรือเกิดการรับรู้ การมีส่วนร่วม และความภักดีต่อแบรนด์ นอกจากนี้นักการตลาดดิจิตัลยังมีหน้าที่ช่วยเหลือแบรนด์หรือองค์กรให้ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจโดยการ

  • วางแผนและทำการตลาดผ่านสื่อโฆษณาออนไลน์ อาทิ Website นักการตลาดดิจิตัลจะเฟ้นหาเว็บไซต์ที่มีกลุ่มเป้าหมายที่ตรงตามที่ต้องการอยู่และประกาศโปรโมทโฆษณาสินค้า อาจด้วยการประกาศเป็นข้อความ รูปภาพ Banner
  • วางแผนและทำการตลาดผ่านสื่อ Social Media อย่าง Facebook, Twitter, Instagram, Line@ ซึ่งเป็นช่องทางที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ขณะนี้
  • วางแผนและทำการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหา อาทิ Google AdWords, SEO (Search Engine Optimization) ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามีความสำคัญที่สุด เพราะโดยปกติแล้วเว็บไซต์ที่ปรากฏอยู่ใน Search Engine ในลำดับแรกๆ มักจะถูกคลิกบ่อยกว่าเว็บไซต์ที่อยู่ด้านล่าง หรืออยู่หน้าถัดไป นักการดิจิตัลจะวิเคราะห์หา Keyword ที่ดีที่สุดในการเขียนให้เว็บไซต์คุณติดอันดับ
  • วางแผนและทำการตลาดผ่าน E-Mail ที่เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริกการอีกหนึ่งช่องทางที่รวดเร็วและให้ผลลัพธ์ดีไม่แพ้กัน นักการตลาดดิจิตัลจะวิเคราะห์หากลุ่มเป้าหมายที่เข้าข่ายเป็น Potential Buyer แล้วทำการส่ง Email ไปตามหลักการดำเนินการที่ถูกระเบียบและเปี่ยมด้วยเทคนิคที่ถูกกฎเกณฑ์โดยที่คุณไม่ต้องกังวลว่าข้อความเหล่านั้นจะกลายเป็น Spam Mail
  • วางแผนและดำเนินการแคมเปญโฆษณาออนไลน์ เช่น แคมเปญในช่วงวันหยุด การมีกลยุทธ์การโฆษณาจะช่วยผลักดันธุรกิจให้ประสบความสำเร็จสูงสุด นักการตลาดดิจิตัลเตรียมตัวรับเทศกาลวันหยุดและใช้แคมเปญโฆษณาให้คุ้มค่าทั้งใน Facebook, Instagram และเครือข่ายกลุ่มเป้าหมาย
  • ตรวจสอบและติดตามการวิเคราะห์ผลทางการตลาดจากสื่อที่จัดทำ และจัดทำรายงาน

ดังนั้นนักการตลาดดิจิตัลจึงจะต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลึกและรู้จักการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ รู้ว่าผู้บริโภคต้องการอะไร และหาวิธีตอบสนองกลับไป รวมถึงติดตามกระแสสื่อ Social Network อยู่เสมอ รู้จักวิธีการใช้เครื่องมือในโลกอินเทอร์เน็ต จับกระแสทางการตลาดได้ มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบสิ่งใหม่ๆ และปรับตัวทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่เวลา

 

Google Lens แค่ส่อง ก็บอกรายละเอียด

กล้องบนมือถือ ที่ทุกวันนี้ก็มีการพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ เเละมาพร้อมกับการพัฒนาของสมาร์ทโฟนที่ฉลาดและเข้าใจผู้ใช้อย่างเราเร็วขึ้น จากงานประชุมของ Google I/O ล่าสุด นักพัฒนาได้เล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์ภาพ google เปิดตัว Google Lens เป็นฟีเจอร์หนึ่งของ Google Assistant และ Google Photos ในการวิเคราะภาพระดับที่ลึกขึ้น

ปกติที่เราจะแปลภาษาจากรูปภาพ โดยการใช้ Google Translate นำมาส่องป้ายต่างๆ แล้วจะแปลเป็นภาษาอังกฤษ หรือเจ้าของภาษานั้น แต่ Google Lens สามารถวิเคราะห์ และแสดงข้อมูลอย่างลึกขึ้น ได้อีกด้วย

ตัวอย่าง ถ้าเรานำสมาร์ทโฟนไปจ่อที่ร้านอาหาร จะบอกถึงเมนูอาหาร ร้านอาหาร ตำแหน่งที่ตั้ง รวมไปถึงในร้านที่มีบาร์โค้ด SSID และ Password ให้ใช้ฟรี เพียงแค่ส่อง เราก็จะเชื่อมต่อ WiFi ให้โดยอัตโนมัติ

ความคิดผิดๆ ในการทำ Content Marketing เพื่อทำการตลาดออนไลน์

แม้หลายแบรนด์จะเห็นความสำคัญในการทำ Content Marketing แต่ถ้ายังทำหรือมีความเชื่อแบบผิดๆ ผลลัพธ์ที่ต้องการคงมาไม่ถึงสักที

บทความที่จะพูดถึงนี้คือ 5 ความคิดผิดๆ ในการทำ Content Marketing และวิธีการแก้ไขมันซะใหม่

1. คิดว่า Content Marketing ไม่ใช่เรื่องของเรา

การที่แบรนด์ของคุณไม่ได้เป็นธุรกิจระดับพันล้าน หรือธุรกิจข้ามชาติ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ได้ประโยชน์จากมัน จริงๆ แล้วการทำ Content Marketing สามารถทำได้กับทุกประเภทธุรกิจ และทุกขนาดโดยเฉพาะเมื่อทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย

โซเชียลมีเดียให้โอกาสแบรนด์ในการพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมายที่สนใจสินค้าของเรา ทำให้นักการตลาดสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ซึ่งการเล่าเรื่องคือหัวใจสำคัญ เพราะมันคือด่านแรกในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ของเรา

เมื่อใดก็ตามที่แบรนด์ทำสำเร็จ ก็เหมือนเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าซื้อแบรนด์ของเราเมื่อต้องการซื้อ หรือกลับมาดูข้อมูลเมื่อสนใจ แต่ถ้าทำไม่สำเร็จก็เท่ากับว่าเสียโอกาสนั้นไปให้คู่แข่ง

2. ตั้งข้อสมมติเอาเอง

แบรนด์ไหนที่แชร์คอนเทนต์จำนวนมาก โดยไม่รู้ว่าอันไหนที่ส่งผลดีต่อยอดขาย หรือมี engagement ที่ดี ให้ตัดแต้มตัวเองเดี๋ยวนี้ ! การทำตามสัญชาตญาณหรือคิดว่า ‘ไปตายเอาดาบหน้า’ ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำในการทำ Content Marketing เพราะลูกค้าสมัยใหม่ไม่ได้ต้องการอะไรที่เหมือนๆ กับคนอื่น แต่ต้องเป็นอะไรที่เฉพาะสำหรับเขาคนเดียว

การจะเรียนรู้ความรู้สึกนึกคิดของผู้บริโภคให้ลึกซึ้ง อาจจะต้องใช้ซอฟต์แวร์ social listening ช่วยแบ่งกลุ่มเป้าหมายของเราให้เล็กลงไปตามความสนใจของแต่ละกลุ่ม เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ตรงกับกลุ่มความสนใจได้ลึกยิ่งขึ้น อย่าเสียเวลากับการผลิตคอนเทนต์จำนวนมาก แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพในการพูดให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น

3. ลืมการทำ SEO

Google มีการให้คะแนนคุณภาพแต่ละเว็บไซต์ ในการที่จะสามารถให้คนค้นหาแล้วพบเว็บนั้น ดังนั้นคอนเทนต์ก็ควรจะทำเพื่อให้ Google ค้นหาแล้วพบแบรนด์ของเรา ถ้ารู้แล้วว่าคำไหนทำแล้วเพิ่มจำนวนการเข้าเว็บไซต์ได้ ก็ควรจะสร้างคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับคำนั้นให้มากขึ้น หรือถ้ายังไม่รู้จักการทำ SEO ก็ต้องเริ่มศึกษาได้แล้ว

4. คิดว่าแบรนด์ต้องทำคอนเทนต์เอง

การทำให้คอนเทนต์สดใหม่อยู่เสมอเป็นเรื่องที่ท้าทาย และใช้เวลา ดังนั้นบริษัทเล็กๆ จึงคิดว่ามันเป็นเรื่องยาก แต่ในความจริงแล้ว คุณสามารถใช้ตัวช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นบล็อกเกอร์ต่างๆ ที่พร้อมจะรับจ้างผลิตคอนเทนต์ หรือการให้ลูกค้าของเราเองช่วยผลิตคอนเทนต์ ซึ่งไม่ใช่แต่จะช่วยให้มีคอนเทนต์มากขึ้น แต่ยังช่วยให้คอนเทนต์มีประสิทธิภาพได้ด้วยเช่นกัน

5. คิดว่าวิดีโอไม่ใช่คอนเทนต์

ทำความเข้าใจใหม่ว่า ‘คอนเทนต์ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นรูปภาพ’ ในความเป็นจริงนั้นวิดีโอได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์และแบรนด์ก็ควรจะใช้ประโยชน์จากจุดนี้

สังเกตง่ายๆ ตามไทม์ไลน์ของเราทุกวันนี้จะแสดงผลวิดีโอมากขึ้น นอกจากนี้ยังฟีเจอร์ใหม่ๆ (ซึ่งถ้าพูดกันตรงๆ ก็ไม่ค่อยใหม่แล้ว) อย่างการทำ live ซึ่งเป็นการยกระดับการแสดงผลที่เป็นพวกวิดีโอ ให้คนดูรู้สึกว่าแม้ภาพจะไม่ได้เนียบนิ้งแต่คนก็โอเคที่จะดู

ถึงอย่างนั้น การรักษาคุณภาพของวิดีโอก็ยังเป็นเรื่องสำคัญอยู่ดี เช่น ควบคุมแสงให้เพียงพอ ไม่ให้มีเสียงรบกวนมากเกินไป และเขียนบทให้ดี ทำให้ดูประดิดประดอยน้อยลง หรือพูดง่ายๆ คือเป็นมนุษย์มากขึ้น

ทุกวันนี้มีวิดีโอใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งยอดวิว และยอดแชร์ ดังนั้นแบรนด์ไหนที่มีงบประมาณและอยากเพิ่มยอด engagement การทำวิดีโอจึงถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://nipa.co.th