Public Cloud อีกก้าวของการจัดการธุรกิจ

บริการ Cloud มี 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ คลาวด์สาธารณะ หรือ Public Cloud และ คลาวด์สำหรับองค์กร หรือ Private Cloud ซึ่งชื่อก็บอกเราถึงความแตกต่างกัน ของ Public Cloud กับ Private Cloud

Public Cloud ซึ่งอยู่ภายใน Virtualised Environment โดยมีแหล่งทรัพยากรทางกายภาพร่วมกัน ซึ่งระบบ Public Cloud นี้ สามารถเข้าถึงได้ทางอินเตอร์เน็ต

ด้วยความที่ Public Cloud เป็นระบบที่สามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ จึงทำให้ข้อดีของ Public Cloud นั้นมีอยู่หลายอย่าง ทั้งยังเหมาะกับผู้ใช้งานรายบุคคลที่ไม่ต้องการระบบ Infrastructure และระบบรักษาความปลอดภัยในระดับสูงเทียบเท่ากับ Private Cloud นอกจากนั้นองค์กรต่างๆ ก็สามารถนำ Public Cloud มาเสริมประสิทธิภาพการทำงานต่างๆ ขององค์กรได้

ซึ่งถ้าจะพูดถึงข้อดีและฟีเจอร์เด่นๆ ของ Public Cloud ก็จะดึงออกมาได้ดังนี้

Scale การทำงานได้ดีมาก โดยเราสามารถดึงทรัพยากรของ Public Cloud มาได้ตามที่ต้องการจากแหล่งทรัพยากรขนาดใหญ่ที่รันอยู่ ทั้งยังตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงการทำงานได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ราคาไม่แพง เนื่องจากระบบ Public Cloud เป็นระบบปฏิบัติการส่วนกลาง และการจัดการทรัพยากรนั้นถูกแชร์ร่วมกันผ่านทาง Cloud อยู่แล้ว จึงทำให้ไม่ต้องปรับเปลี่ยน Server อะไรมากนัก ซึ่งบางครั้งก็มีให้ใช้กันได้แบบฟรีๆ ด้วยซ้ำไป เพื่อแลกกับการโฆษณาและผลประโยชน์อื่นๆ ของผู้ให้บริการ

คุ้มราคาค่าบริการ การคิดค่าบริการของ Public Cloud คือการจ่ายเท่าที่ใช้ โดยให้ผู้ใช้บริการเข้าใช้งานได้ตามต้องการ ในเวลาที่ต้องการเช่นกัน หลังจากนั้นจึงจ่ายค่าบริการในส่วนของทรัพยากรที่ใช้ไปนั้นๆ ตามสัดส่วน

ไม่เคยล้มเหลว Server และ Network จำนวนมากที่อยู่ใน Public Cloud จะมีการเซ็ตระบบไว้ให้พร้อมก่อน ซึ่งต่อให้ระบบทางกายภาพส่วนใดส่วนหนึ่งทำงานล้มเหลว บริการ Cloud นี้ก็ยังสามารถทำงานต่อไปบนระบบที่เหลือได้โดยไม่เกิดผลกระทบใดๆ

มีความยืดหยุ่นสูง ปัจจุบัน Public Cloud รองรับการเข้าถึงจากทุกอุปกรณ์ที่สารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งสารถเติมเต็มได้ทุกวัตถุประสงค์การใช้งาน และสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงเป็นอย่างมาก ทำให้มีเวลาในการไปพัฒนาองค์กรในส่วนอื่นๆ ได้อีก

ใช้ได้ทุกสถานที่ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Public Cloud เข้าถึงได้จากทุกที่ที่มีอินเตอร์เน็ต ดังนั้นจึงไม่ใช้เรื่องยากเลยที่จะเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉินที่จะต้องรีบเข้าถึงข้อมูลในยามจำเป็น ทั้งยังสามารถทำงานร่วมกันบน Online Ducument จากหลายๆ ที่ก็ได้เช่นกัน

เห็นข้อดีของ Public Cloud ว่ามีมากมายขนาดนี้ เชื่อได้เลยว่าในอนาคต Public Cloud เองจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจก้าวหน้าขึ้น และเป็นองค์กรที่เลือกใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้แน่นอน

 

Cloud Computing เบื้องต้น

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยี Cloud Computing ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้นำแพลตฟอร์มต่างๆ ของ Cloud Computing นำมาสร้างรายได้ให้กับบริษัทหรือหน่วยงานของตนเอง และวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก Cloud Computing ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น จากศัพท์ที่พบได้ทั่วไปในวงการ Cloud

 

Hybrid Cloud คืออะไร?

Hybrid Cloud คือ ระบบ Infrastructure ใดๆ ก็ตามที่มีการรวมเอาการทำงานของ Private Cloud และ Public Cloud เข้าไว้ด้วยกัน โดย Cloud ทั้ง 2 โมเดลจะร่วมกันจัดการด้าน Provisioning, Resource, และ Service ต่างๆ ให้เหมาะสมกับผู้เช่าใช้ที่สุด โดย Hybrid Cloud มีความ Flexibility และ Portability สูง สามารถทำงานได้กับหลายระบบปฏิบัติการ ที่สำคัญคือ Solution นี้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจากมีการทำงานด้วยระบบ Encrypted Technology (เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูล)

Digital Transformation คืออะไร?

Digital Transformation คือ การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ทันสมัยกว่า ด้วยวิธีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ในองค์กรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น ซึ่งแนวทางการทำงานขององค์กรจะเปลี่ยนไปตามรูปแบบของ Cloud, Social Network, Mobile Platform และ Big Data ที่นำมาใช้งาน โดยมีลักษณะเป็น Data-Driven มากกว่าเดิม หรือมีแรงผลักดันมาจากข้อมูลนั่นเอง

Cloud-Native Applications คืออะไร?

Cloud-native applications คือ โครงสร้าง Application สมัยใหม่ ที่มีมาตรฐานร่วมกัน โดดเด่นด้านความรวดเร็วในการทำงาน สามารถทำงานได้ในทุก Infrastructure ไม่ยึดติดกับ Cloud แบบใดแบบหนึ่ง และมีประสิทธิภาพการ Scalable สูง คือ สามารถทำการ Scale up และ Scale down ได้อย่างรวดเร็ว

Infrastructure as a Service (IaaS) คืออะไร?

IaaS คือ บริการที่ให้เราเข้าถึงระบบ IT Infrastructure รวมไปถึงพวก Resources ต่างๆ เช่น Storage, Network, และ Compute ที่เราต้องการใช้เพื่อรัน Workload ได้แบบ On-demand สามารถเข้าถึงและเลือกใช้ได้ตามใจชอบ โดยจ่ายค่าบริการราคาไม่แพง อิงตามปริมาณการใช้งานจริงเท่านั้น

Platform as a Service (PaaS) คืออะไร?

PaaS คือ Cloud-Based Environment ที่เราสามารถเช่าใช้งานเพื่อพัฒนา ทดสอบ รัน จัดการหรือปรับแต่ง Application เป็นการบริการสภาพแวดล้อมสำหรับ Development โดยที่เราไม่ต้องวุ่นวายเสียเวลาและเสียเงินไปกับการซื้อ สร้าง ดูแล และจัดการ Infrastructure ซึ่งนอกจากจะประหยัดแล้ว ยังช่วยให้ทำงานได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น สามารถเปิดตัว Application ออกสู่ตลาดได้ทันใจ

นี่เป็นเพียงคำศัพท์พื้นฐานน่ารู้ในเบื้องต้นเท่านั้นสำหรับผู้ที่กำลังสนใจเรื่อง Cloud Computing อย่างไรก็ดีจะเห็นได้ว่าบริการ Cloud Computing นำเสนอทางเลือกช่วยประหยัดและช่วยให้ทำงานไวขึ้น สามารถเก็บเกี่ยวกำไรได้อย่างเต็มที่ แถมด้วยค่าเช่าบริการที่ไม่แพง ชวนให้ผู้ประกอบการทั้งหลายต้องนำ Cloud Computing มาปรับใช้กันบ้างเสียแล้ว

 

Cloud Computing อีกหนึ่งรูปแบบบริการคลาวน์ที่คุณต้องรู้

ในทุกวันนี้องค์กรส่วนใหญ่มักใช้วิธีการเช่าคอมพิวเตอร์ในการใช้งานมากขึ้น สาเหตุก็เพราะเพื่อที่จะได้ไม่ต้องซื้อ Hardware และ Software เอง และข้อดีอีกอย่างก็คือ บริการคลาวน์แบบ Cloud Computing จะช่วยลดต้นทุนและความยุ่งยากในด้านโปรแกรมเมอร์ไปได้มากทีเดียว

และผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆในอินเทอร์เน็ตอย่างง่ายดาย เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ จึงเป็นที่มาว่าทำไม ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือรวมไปถึงสถาบันการศึกษาในไทยจึงหันมาใช้บริการ Cloud Computing มากขึ้น และจุดเด่นของการใช้บริการคลาวน์ Cloud Computing อยู่ที่ความรวดเร็ว

หากองค์กรหรือธุรกิจใดต้องการที่ขยาย Server ก็สามารถทำได้ทันท่วงที จึงเหมาะมากกับการเติบโตของธุจกิจออนไลน์ปัจจุบัน และนั่นก็รวมไปถึงค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon Web service เมื่อปีที่แล้วได้หันตัวมาเปิดตัวบริการคลาวน์ข้อมูลตลาดสำหรับนักวิจับและแพทย์ขึ้น และสิ่งนี้จะช่วยให้นักวิจัยต่างๆสามารวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลประชากร และการแสดงออกของยีนได้อย่างแม่นยำในเชิงและมันเป็นประโยชน์อย่างมากในเรื่องเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดในตอนแรกอาจจะเปิดให้ใช้บริการคลาวน์ตัวนี้ฟรี

ในอนาคตอันใกล้จะมีแนวโน้มที่ผู้วิจัยหรือแพทย์จะให้ความนสนใจและ  Amazon Web Services จะเติบโตเป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่เลยทีเดียว จะเห็นได้ว่า Cloud Computing ช่างเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังมาแรงในอนาคตอย่างแน่นอนซึ่งบริการคลาวน์ตัวนี้จะต้องสตอบสนองกับ SME เมืองไทยและ start up ไม่มากก็น้อยพราะถือว่าเป็นช่องทางที่ช่วยลดเงินได้มากเพราะไม่ต้องเสียเงินจ้างพนักงานดูแลระบบเมื่อเราอัพเกรดระบบใหม่ๆก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการออกแบบใหม่ เพราะบริการคลาวน์จะช่วยจัดการให้

ทำความรู้จักกับกระบวนการทำงานของ ระบบ Cloud

Cloud (คลาวด์) หลายคนคงเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง เพราะตอนนี้ ระบบ Cloud กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ แต่แค่เคยได้ยิน และอยากทำความเข้าใจว่าระบบ Cloud คืออะไร ทำงานอย่างไร วันนี้เราจะคุณไปรู้จักกับ Cloud (คลาวด์) กันนะคะ

มันคือเทคโนโลยีตัวหนึ่ง ขอยกตัวอย่างการทำงานของ Cloud (คลาวด์) ที่ใกล้ตัวก็คือ คุณใช้ iPhone แต่เมื่อคุณใช้ iPad ทุกอย่างบน iPhone คุณไปอยู่บน iPad Auto หรือแม้การเปลี่ยนโทรศัพท์เพียง Login iCloud ทุกอย่างก็กลับมาหมด อย่างนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวของมนุษย์มากขึ้น

เสมือนเหมือนกับ Server ที่มีไว้เก็บข้อมูลในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ตอบโจทย์กับยุคเทคโนโลยีอย่างมาก ตอนนี้ Cloud (คลาวด์) กลายเป็นส่วนที่สำคัญมากทีเดียวกับบริษัทใหญ่ ผู้ใช้บริการ Cloud ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลอย่างรอบคอบ Cloud (คลาวด์) ในที่นี้เรียกว่า Private Cloud   หรือเรียกง่ายๆว่า Cloud (คลาวด์)

ส่วนตัวใช้ในแต่ละแผนกขององค์กรเข้ามาใช้งานได้ ในต่างประเทศนิยมใช้  Cloud (คลาวด์) เป็น Server มาก เพราะเวลาเราไม่ได้ไปทำงานในออฟฟิศ ก็สามารถซิงค์ข้อมูลกับอุปกรณ์และสามารถทำงานที่บ้านได้

อย่างไรก็ตาม  Cloud (คลาวด์) ก็พยายามเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยในวงไอทีธุรกิจมากขึ้น ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอย่างมาก แต่ Cloud (คลาวด์) ก็ยังเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ให้มนุษย์ได้สะดวกสบาย เพราะ Cloud (คลาวด์) สามารถเรียกข้อมูลคืนได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเสียเวลาไปให้ร้านหรือคนที่เป็นไอทีมาแก้ไขให้ เพียงแต่เรา Login ในระบบ Cloud ก็สามารถกู้ข้อมูลมาได้อย่างง่ายดาย

เรียกได้ว่าเราสามารถแก้ปัญหาเองได้อย่างง่ายดาย  เห็นไหมละค่ะว่า Cloud (คลาวด์) คือเรื่องใกล้ตัวและมีอิทธิพลอย่างมากในการใช้ชีวิตในการทำงานของเรา

training.nipa.cloud เปิดคอร์ส เปิดหลักสูตร ฝึกอบรม Cloud OpenStack หลักสูตรและวิทยากรได้รับการรับรองจาก Mirantis หลักสูตรอบรมเป็นภาษาไทย งานสัมมนาด้านเทคโนโลยี Cloud

Mirantis องค์กรคลาวด์ชั้นนำระดับโลก

ทุกวันนี้โลกของเราก้าวเข้าสู่ระบบดิจิตอล(Digital) เกือบจะเต็ม 100% ในทุกมุมโลก จากเมื่อก่อนที่เป็นระบบ อนาล็อก(Anlog) ทุกอย่างจะถูกทำไปอย่างช้าๆอย่างเป็นระบบ

ตัวอย่างเช่น การสื่อสารที่ต้องติดต่อกันครั้นในอดีตจะมีระยะเวลาที่นานมากจนทำให้บางครั้งบางเหตุการณ์ช้าเกินไปที่จะรับรู้ได้ทั้งหมด แต่ในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นระบบดิจิตอล (Digital) ที่ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว จากการสื่อสารที่ต้องใช้ระยะเวลาในการส่งนาน เดี๋ยวนี้ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น  นั่นแสดงถึงความเจริญก้าวหน้าทางเทคโยโลยีของโลกก็ว่าได้ Mirantis องค์กรคลาวด์ชั้นนำระดับโลก ได้ตระหนักถึงความสำคัญของยุคดิจิตอลในปัจจุบันที่กำลังพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจึงทำให้ Mirantis ก้าวเข้ามาเป็นองค์กรคลาวด์ชั้นนำระดับโลกในทุกวันนี้ได้

ในเวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จักระบบคลาวด์(Could Stytem) อย่างแน่นอน มันคือระบบคลังข้อมูลที่เป็น Database ขนาดมหึมา คอยเก็บข้อมูลข่าวสารต่างๆไว้อย่างเป็นระบบ พร้อมนำข้อมูลเหล่านั้นส่งต่อให้กับบุคคลที่เข้าถึงฐานระบบข้อมูลและสามารถดึงไปใช้ได้ทั่วทุกมุมโลกทุกที่ทุกเวลาเลยทีเดียว ซึ่งองค์กรที่ดำเนินการธุรกิจด้านนี้อย่างมีความสามารถและยิ่งไปกว่านั้นถือเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญระดับต้นของโลกอย่าง Mirantis องค์กรคลาวด์ชั้นนำระดับโลก เป็นที่น่าจับตามองของคนที่อยู่ในวงการคลาวด์ (Could Stytem) อย่างมาก Mirantis องค์กรขนาดใหญ่ด้านความเชี่ยวชาญพร้อมความสามารถด้านการบริการและความเชี่ยวชาญของระบบ Data Center ของธุรกิจคุณ

เปิดประสบการณ์ความรู้เกี่ยวกับคลาวด์ (Could Stytem) ไปกับ Mirantis องค์กรคลาวด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมจับมือร่วมกับ Nipa Technology ได้แล้ววันนี้ สงใจลงทะเบียน คลิก https://training.nipa.cloud/th/home/

OpenStack Training การลงทุนที่ได้มามากกว่ากำไร

โลกดิจิตอลแบบนี้ บอกได้เลยว่าเทคโนโลยีมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจเป็นอย่างมาก ในบางองค์กรก็ได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการข้อมูลที่มีอยู่มากมายให้ลงตัวขึ้นได้ ดังเช่นระบบการเก็บข้อมูลที่ใหญ่ และมีประสิทธิภาพสูงอย่าง OpenStack แต่กว่าจะเข้าใจระบบทั้งหมด และนำมาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ อาจจะต้องผ่านการศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ รวมไปถึงการเข้าคอร์ส OpenStack Training เพื่อนำมาใช้กับองค์กรของตน

ซึ่งเราต้องมาทำความรู้จักกับ OpenStack  กันคร่าวๆ ก่อนว่าจริงๆ แล้วคืออะไรกันแน่

ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าจุดเริ่มต้นของ OpenStack มาจากโครงการขององค์กรขนาดใหญ่ระดับโลกอย่าง NASA และ Rackspace โดยความหมายคร่าวๆ ของ OpenStack  คือระบบ Cloud Operating แบบ Open Source ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรด้าน Compute, Storage, Networking ของ Data Center ให้ทำงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยในการทำงานของ OpenStack จะแบ่งการทำงานออกเป็น Module ต่างๆ ซึ่ง Module เหล่านั้นจะมีหน้าที่ในการทำงานที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการทรัพยากรในแต่ละด้าน และคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพการทำงานของระบบให้สูงที่สุด

ซึ่ง Module แต่ละแบบนี้ก็มีรายละเอียดลึกลงไป หากสนใจที่จะนำมาใช้ประโยชน์จริงๆ ก็อาจจะต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ซึ่งก็มีหน่วยงานที่เปิดอบรม OpenStack Training เพื่อให้ผู้ประกอบการเกิดความรู้ความเข้าใจในตัว OpenStack มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีการเปิดอบรมที่หลากหลาย อาทิ

OpenStack Training สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยการศึกษาค้นคว้า และประยุกต์การใช้งานระบบ IT ในรูปแบบต่างๆ ด้วย RackJumper Cloud ซึ่งถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Cloud Platform by OpenStack ที่จะสามารถนำเอาความรู้ที่ได้ไปพัฒนาตนเองต่อไปในอนาคต

OpenStack Training สำหรับองค์กรและบริษัท ซึ่งถือว่า OpenStack จะเข้ามามีบทบาสำคัญในการพัฒนาองค์กรเป็นอย่างมาก และสามารถนำไปใช้ต่อในองค์กรได้โดยการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยระบบต่างๆ ผ่าน Enterprise Cloud by OpenStack ซึ่งจะช่วยในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวเดินต่อไปได้มั่นคงขึ้น

จะเห็นได้ว่า OpenStack เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มีประโยชน์มาก และสามารถนำไปพัฒนาทั้งตนเองและองค์กรต่อได้อีกไกล ดังนั้นการลงทุนเข้าคอร์ส OpenStack Training เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นก็ถือว่าเป็นช่องทางที่ดี เพราะผลลัพธ์ที่ได้กลับมาย่อมได้มากกว่าที่ลงทุนไปอย่างไม่ต้องสงสัย

บริการ Virtual Private Cloud คลาวด์ส่วนตัวความปลอดภัยสูง

Virtual Private Cloud ยังคงอยู่ในกระแสและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยี Cloud มาปรับใช้ภายในองค์กร โดยองค์กรมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว ผู้บริหารองค์กรส่วนใหญ่ ร้อยละ 75 ให้ความสนใจกับระบบคลาวด์ค่อนข้างมาก เพราะ บริการ Virtual Private Cloud ให้ความปลอดภัยสูงและรัดกุมเป็นอย่างมาก ซึ่งมากกว่าบริการ Public Cloud ถ้าเปรียบเทียบความสนใจแล้ว แน่นอนว่า Private Cloud ได้รับความสนใจมากกว่า  

บริการ Virtual Private Cloud เป็นคลาวด์ส่วนตัวที่ใช้ภายในองค์กรเท่านั้น แต่ก็รันอยู่บนคลาวด์สาธารณะ Public cloud ซึ่งสะดวกต่อการใช้งานเป็นอย่างยิ่ง ในแต่ละองคก์กร การทำ Private Cloud จะมีการตั้ง Hardware และ Software เพื่อใช้เป็นพื้นฐานการทำ Cloud Datacenter ขึ้น เพื่อให้แต่ละฝ่ายในองค์กรสามารถเข้าใช้งาน Private Cloud ได้ และสิ่งที่ทำให้องค์กรเชื่อมั่นที่จะใช้ก็คือข้อมูลที่อยู่บนคลาวด์มีความปลอดภัยสูง เพราะเก็บไว้ภายใน Datacenter ของตนเอง จึงสะดวกทั้งต่อการเข้าใช้งานและระบบรักษาความปลอดภัย

ระบบนี้เป็นระบบแบบ Multi-tenants โดย Resource ทุกอย่างอยู่บน Infra เดียวกันทั้งหมด เปรียบเสมือนว่าเราคือหน่วยย่อยของ Dedicated Cloud อีกที และ feature function บางอย่างอาจจะน้อยกว่า ซึ่งเหมาะกับในหลายองค์กร โดยเฉพาะในองค์กรที่พึ่งเริ่มหรือองค์กรขนาดเล็ก ซึ่งสามารถใช้ Virtual Data Center ของตนเองได้ทันที เนื่องจากมีราคาไม่สูงมากและความสามารถพื้นฐานมีให้ครบทั้งหมด

จากการเติบโตของจำนวนธุรกิจที่เพิ่มขึ้นสูงเรื่อยๆ ระบบ Cloud จึงมีแนวโน้มในการใช้บริการสูงขึ้นตามไปด้วย Private Cloud ก็ยังเป็นอีกหนึ่งบริการที่นักธุรกิจนิยมเลือกใช้ โดยเทคโนโลยีนี้ได้รวบรวมทรัพยากรไอทีของคุณไว้เป็นหนึ่งเดียว ทำให้องค์กรสามารถทำงานได้อย่างสะดวกและคล่องตัว ช่วยให้การทำงานรวดเร็วขึ้นและตอบสนองความต้องการได้มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญ Private Cloud ที่สร้างบน Windows Server Hyper-V และ System Center ซึ่งช่วยสร้างสภาวะแบบคลาวด์ เพื่อเปลี่ยนโฉมบริการด้านไอทีในทีมงานของคุณ ให้ตอบสนองโจทย์ทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง

ย้อนกลับไปยุค 90s ด้วยแว่นวินเทจ

วัฎจักรของแฟชั่นหมุนเวียนเป็นวงกลม อะไรที่เคยนิยมตอนนี้ อีกหลายสิบปีจะกลับมานิยมใหม่ เช่นเดียวกับที่ปัจจุบันชั่นยุค 90s กำลังจะกลับมาฮิตอีกครั้ง การันตีได้จากการเห็น Celebrity หรือดาราหลายคนเริ่มหันมาสวมเครื่องแต่งกายและใส่เครื่องประดับย้อนยุคอย่าง Choker, รองเท้าแฟลตฟอร์ม, เสื้อครอป, กระโปรงยาว, Bucket Hat และ “แว่นวินเทจ” อยู่บ่อยๆ

แว่นวินเทจ

โดยเฉพาะ “แว่นวินเทจ” เป็นแฟชั่นแว่นตาที่ถูกแพร่ระบาดไปทั่วโลกไม่ว่าจะไทยหรือเทศอย่างรวดเร็วเสมือนเชื้อไวรัส ยิ่งในตอนนี้ที่เทรนด์ใส่แว่นตากำลังมาแบบสุดๆ ซึ่งแว่นวินเทจนี้แต่เดิมมีลักษณะพิเศษอยู่ตรงรูปทรงที่เป็นวงกลมบางๆ และเลนส์แว่นที่ออกเป็นสีใส แต่ในปัจจุบันถูกดัดแปลงให้มีความทันสมัยและเก๋ไก๋มากขึ้นด้วยการเพิ่มกรอบให้หนาขึ้น บางสไตล์มีมุมเหลี่ยมเล็กน้อย กับเพิ่มสีอ่อนๆ ลงในเลนส์ให้ดูสดใส เราสามารถแบ่งประเภทแว่นวินเทจยุค 90s ได้ออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. Tinted Lenses Sunglasses คือ แว่นวินเทจที่มีสีเลนส์อ่อนๆ เช่น สีเหลืองอ่อน สีชมพูอ่อน สีฟ้าอ่อน ฯลฯ กรอบอาจจะเป็นได้ทั้งวงกลม สี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม หรือรูปหัวใจที่กำลังฮิตอยู่ตอนนี้ เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ชอบแต่งตัวแนวคลาสสิกด้วยเสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ เพราะจะช่วยทำให้คนใส่ดูเป็นคนมีบุคคลิกที่มีเสน่ห์ และมีความเก๋อยู่ในตัว
  2. White Frames Sunglasses คือ แว่นคู่ใจของบรรดาคนที่ชอบแต่งตัวแนว Street และ Sport เพราะมันเป็นแว่นวินเทจที่ถูกดัดแปลงให้มีกรอบสีขาวหนาๆ เพื่อตัดกับเลนส์สีเข้มๆ เช่น เลนส์สีดำ เลนส์สีม่วงเข้ม ฯลฯ ปรับลุคให้ดูทะมัดทะแมง ซึ่งถือได้ว่าตัวแทนของแว่นวินเทจยุค 90s ได้ดี
  3. Round Dark Sunglasses คือ แว่นวินเทจที่คงรูปทรงกลมเอาไว้
  4. Cat Eye Sunglasses ติดลิสต์แว่นกันแดดสุดเฉี่ยวตลอดกาลเลยสำหรับดีไซน์ Cat eye แว่นกันแดดทรงเก๋ ถึงจะไม่ใช่สาวที่อินแฟชั่นยุค 90s ก็ใส่แล้วเลิศอยู่ดี แต่จะดียิ่งกว่าถ้า whole book ของคุณเป็น 90s style ด้วย โดยเฉพาะกับลิปสติกสีแดงก่ำๆ

ขอบคุณรูปภาพ จาก Giftgreats : แว่นตา

10 งานอีเว้นท์ครึ่งปีหลังน่าสนใจปี 2560

ทำงานหนักๆมาทั้งปี แล้วอยากผ่อนคลายกับงานอีเว้นท์ที่น่าสนใจบ้างไหม วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 งานอีเว้นท์ครึ่งปีหลังน่าสนใจปี 2560 ดีๆที่เหมาะกับชีวิตคนเมืองให้ได้พักผ่อนหย่อนใจ คลายเหนื่อยกันแบบไม่ต้องใช้เวลามากมาฝากผู้อ่านกัน

งานอีเว้นท์
  • งานอีเว้นท์เกี่ยวกับบ้าน งาน Home Electric Super Sale 2017 โฮมโปร และ เดอะ เพาเวอร์ จัดงาน Home Electric Super Sale มหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ช้อปคุ้ม จุใจ กับซูเปอร์โปรโมชั่น ลด+รับเพิ่มสูงสุด ถึง 35% พร้อมรับสิทธิพิเศษจากสถาบันการเงินมากมาย งานอีเว้นท์จัดขึ้นไบเทค บางนา ในช่วงวันที่ 18 สิงหาคม – 27 สิงหาคม 2560
  • งานอีเว้นท์สำหรับคนรักสัตว์ ที่จะขนกองทัพสัตว์เลี้ยงและสัตว์แปลกหายากมาให้ทุกท่านได้สัมผัส พร้อมทั้งมีสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงมากมายมาให้คุณๆ ได้เลือกซื้อไปฝากสัตว์เลี้ยงของคุณกัน งาน SmartHeart presents Pet Variety จะจัดขึ้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในวันที่ 5 ตุลาคม – 8 ตุลาคม 2560
  • สำหรับใครที่รักการช้อปปิ้งเป็นชีวิตจิตใจ พลาดงานอีเว้นท์นี้ไม่ได้ งาน Thailand One Stop Shopping Expo 2017 งานที่รวบรวมกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์เพื่อคนทุกรุ่นทุกวัย บนพื้นที่กว่า 47,000 ตารางเมตร พบกับงานนี้ได้ในวันที่ 14 ตุลาคม – 22 ตุลาคม 2560 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
  • งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 งานที่คนรักหนังสือหลายคนเฝ้ารอ พบหนังสือน่าอ่านในราคาพิเศษจากสำนักพิมพ์ชั้นนำทั่วประเทศที่ขนมาเอาใจให้เลือกอ่านกันได้ทุกเพศทุกวัย พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมมากมายภายในงาน และพบปะนักเขียนชื่อดัง ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดขึ้นวันที่ 18 ตุลาคม – 29 ตุลาคม 2560
  • งานที่รวบรวมวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน งานเดียวครบวงจร กับงาน HomePro Expo ครั้งที่ 26 งานอีเว้นท์ที่จะจัดขึ้น ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในวันที่ 17 พฤศจิกายน – 26 พฤศจิกายน 2560
  • งานอีเว้นท์ที่รวบรวมสินค้าแฟนชั่น Casual Style, Sport trend รวมถึงสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ และความงาม สินค้านำเข้า และส่งออกคุณภาพ ราคาเบากระเป๋า ได้สินค้าคุณภาพดีราคาถูกไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงต่างประเทศ งาน Shopping Paradise & Beauty Parade #19 จัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 28 กันยายน – 01 ตุลาคม 2560
  • งานมหกรรมการเงิน Money Expo 2017 งานอีเว้นท์ที่จัดขึ้นสำหรับผู้ที่หาเงินลงทุน พร้อมโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี แนะนำโอกาสในการซื้อกองทุน RMF/LTF ช่วงท้ายปีเพื่อการออมระยะยาวและลดหย่อนภาษีด้วย ไปจนถึงบริการทางการเงินและการลงทุนทุกรูปแบบ ซึ่งงาน Money Expo 2017 นี้จะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 – 03 ธันวาคม 2560 ณ ไบเทคบางนา
  • Thailand Best Shopping Fair 2017 งานอีเว้นท์ที่รวบรวมสินค้าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นของตกแต่งบ้าน สินค้าแฟชั่น อัญมณีและ เครื่องประดับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และไอที ธุรกิจสตูดิโอวิวาห์ ธุรกิจท่องเที่ยว และโรงแรม สินค้าสุขภาพและความงาม สินค้าเกี่ยวเด็ก สินค้าเกี่ยวกับการจัดสวน และสินค้าเกี่ยวกับอาหาร งานจัดขึ้นที่ไบเทคบางนา ในวันที่ 9 ธันวาคม -17 ธันวาคม 2560
  • งานอีเว้นท์บริการทางการเงิน ที่ปรึกษาเรื่องการลงทุน ที่อยู่อาศัย สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ สุขภาพ ความงาม แพ็คเกจท่องเที่ยว โรงแรม สปา แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่เอาใจชาวสีรุ้ง พลาดไม่ได้กับกิจกรรมการประกวด ”Mr.Gay World Thailand 2018” การเฟ้นหาหนุ่มหล่อมากความสามารถเพื่อไปประกวดต่อในเวทีระดับโลก “LGBT Fashion Week” พบกับงาน Thailand LGBT Expo 2017 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 14 ธันวาคม – 17 ธันวาคม 2560
  • งาน Thailand Bestbuy 2017 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มหกรรมของขวัญ สินค้าที่ระลึก สินค้าตกแต่งบ้านและสินค้าแบรนด์เนม งานอีเว้นท์นี้จะจัดวันที่ 15 ธันวาคม – 24 ธันวาคม 2560

5 สโมสรดังติดอันดับสโมสรฟุตบอลโลก

หากพูดถึงฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬาที่ใครหลายๆคนชื่นชอบ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ที่จะพูดถึง ก็คือสโมสรฟุตบอลทีมโปรดของตัวเองไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นผีเท้าของนักเตะ และแผนการเล่นของกุนซือแต่ละสโมสร เรียกได้ว่าพูดกันได้เป็นวันก็ไม่จบ ยิ่งถ้าหากพูดถึงลำดับสโมสรแล้วละก็ เรียกว่าขิงก็ราข่าก็แรงกันเลยทีเดียว แต่จะแค่พูดอย่างเดียวก็คงดูจะเป็นการเข้าข้ามทีมฟุตบอลทีมโปรดของตัวเองมากเกินไป ดังนั้นเรามี 5 อันดับสโมสรฟุตบอลที่ติดอันดับสโมสรฟุตบอลโลก ที่จัดอันดับโดยฟีฟ่า เริ่มนับคะแนนตั้งแต่ฤดูกาล 2013-2014 ถึง 2017-2018 มาฝากกัน

 

สำหรับสโมสรฟุตบอลที่ติดอันดับสโมสรฟุตบอลโลกเป็นอันดับที่ 5 นั่นคือ สโมสรฟุตบอลยูเวนตุส เป็นสโมสรฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองโตริโน ประเทศอิตาลี สโมสรฟุตบอลยูเวนตุสเป็นสโมสรฟุตบอลแรกที่ได้แชมป์ยุโรปทั้งสามรายการ คือ ยูโรเปียนคัพ/ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก, ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ และยูฟ่าคัพ ได้ฉายาว่าเป็นเจ้าแห่งวงการลูกหนังอิตาลี ซึ่งมีผลคะแนนรวมตั้งแต่ฤดูกาล 2013-2014 ถึง 2017-2018  เท่ากับ 119.049 ติดอันดับสโมสรฟุตบอลโลกเป็นอันดับที่ 5 จาก 456 สโมสรทั่วโลก

สโมสรฟุตบอลที่ติดอันดับสโมสรฟุตบอลโลกเป็นอันดับที่ 4 สโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิก หรือ สโมสรฟุตบอลไบเอิร์นมึนเชิน เป็นสโมสรฟุตบอลในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี สโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิกสามารถคว้าแชมป์ลีกบุนเดสลีกามาครองได้มากถึง 24 ครั้ง แชมป์สโมสรโลก 2 ครั้ง ยูโรเปี้ยนคัพ/ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 5 ครั้ง ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 1 ครั้ง และยูฟ่าคัพ 1 ครั้ง จากการจัดอันดับสโมสรฟุตบอลโลกตั้งแต่ฤดูกาล 2013-2014 ถึง 2017-2018 สโมสรฟุตบอลบาเยิร์นมิวนิกได้คะแนนรวมทั้งหมดเท่ากับ 122.656 ติดอันดับสโมสรฟุตบอลโลกเป็นอันดับที่ 4 จาก 456 สโมสรฟุตบอลทั่วโลก

สโมสรฟุตบอลที่ติดอันดับสโมสรฟุตบอลโลกเป็นอันดับที่ 3 สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา หรือ บาร์ซา บาร์เซโลนาเป็นสโมสรฟุตบอลในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน เป็นสโมสรฟุตบอลที่เล่นอยู่ในโปรแกรมลาลีกา โดยชนะในการแข่งฟุตบอลในสเปนไม่ว่าจะเป็นชนะในการแข่งขันลาลีกา 22 ครั้ง ชนะในโกปาเดลเรย์ 25 ครั้ง ชนะในซูเปร์โกปาเดเอสปาญา 10 ครั้ง ชนะในโกปาเอบาดัวร์เต 3 ครั้ง และได้รางวัล โกปาเดลาลีกา 2 ถ้วย นอกจากนี้ยังเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดในยุโรป โดยได้ชนะเลิศในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 5 ครั้ง, ชนะในยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ 4 ครั้ง ชนะในยูฟ่าซูเปอร์คัพ 4 ครั้ง และชนะฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ 1 ครั้ง พวกเขายังมีสถิติชนะในอินเตอร์-ซิตีส์แฟร์สคัป 3 ครั้ง จากผลรวมคะแนนการจัดอันดับสโมสรฟุตบอลโลกโดยฟีฟ่า สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนามีคะแนนรวมจากฤดูกาล 2013-2014 ถึง 2017-2018 เป็น 128.799 ติดอันดับสโมสรฟุตบอลโลกเป็นอันดับที่ 3 จาก 456 สโมสรฟุตบอลทั่วโลก

อันดับสโมสรฟุตบอลโลกอันดับที่ 2 สโมสรอัตเลตีโกมาดริด สโมสรฟุตบอลจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เล่นอยู่ในโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลลาลีกา อัตเลตีโกมาดริดเคยได้แชมป์ลาลีกาและโกปาเดลเรย์ 10 สมัย เป็นรองแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในปี 1974 แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปและอเมริกาใต้ในปี 1975 แชมป์ยูฟ่ายูโรปาลีกในปี 2010 กับ 2012 และได้แชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพในปี 2010 และ 2012 ซึ่งจากการรวมคะแนนการจัดอันดับสโมสรฟุตบอลโลก สโมสรอัตเลตีโกมาดริด ได้คะแนนรวมจากฤดูกาล 2013-2014 ถึง 2017-2018 เท่ากับ 133.799 ติดอันดับสโมสรฟุตบอลโลกเป็นอันดับที่ 2 จาก 456 สโมสรฟุตบอลทั่วโลก

และสุดท้ายอันดับสโมสรฟุตบอลโลกอันดับที่ 1 ได้แก่สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดเป็นสโมสรฟุตบอลตั้งอยู่ที่กรุงมาดริดเมืองหลวงของประเทศสเปน ฉายาของสโมสรนี้คือราชันชุดขาว สามารถคว้าแชมป์ลาลีกาได้ทั้งสิ้น 33 สมัย ถ้วยโกปาเดลเรย์ 17 ครั้ง และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 12 สมัยซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรายการ นอกจากนั้น เรอัลมาดริดยังได้เป็นสมาชิกของกลุ่มจี-14 ซึ่งเป็นกลุ่มของสโมสรฟุตบอลชั้นนำของยุโรปอีกด้วย ผลรวมคะแนนการจัดอันดับสโมสรฟุตบอลโลก สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดได้คะแนนรวมทั้งสิ้น 151.799 ติดอันดับสโมสรฟุตบอลโลกเป็นอันดับที่ 1 จาก 456 สโมสรฟุตบอลทั่วโลก

จากการจัดอันดับสโมสรฟุตบอลโลกทั้ง 5 อันดับ เราคงจะรู้กับแล้วว่าสโมสรไหนเจ๋งกว่ากัน แต่ก็วางใจไม่ได้หรอกต้องรอดูกันต่อไป ไม่แน่สโมสรอื่นๆที่ยังไม่ติดอันดับอาจจะขึ้นมาติดอันดับแทนทีมเก่าๆในฤดูกาลอื่นก็ได้นะ